ร่วมกับแม่ พร้อมญาติ ตร.สืบรวบ ยกทั้งแก๊ง ตำรวจสืบสวนภาค 4 โชว์ผลงานแกะรอยตามลากคอเมียทมิฬร่วมกับแม่และลุงป้า วางแผนจัดฉากฆ่าผัวตัวเองหวังฮุบเงินประกันชีวิต 2.6 ล้านบาท เผยเบื้องหลังคดีฆาตกรรมอำพรางหนุ่มชะตาขาดถูกพบเป็นศพอยู่ในหนองน้ำ เมียอ้างผัวไปหาปลาแล้วจมน้ำตาย แต่แม่ผู้ตายไม่เชื่อ อีกทั้งผลชันสูตรศพพบร่องรอยถูกทุบหัวก่อนโยนศพทิ้งน้ำ แถมเมียกับลุงแอบไปทำประกันชีวิตให้ผู้ตายถึง 4 บริษัท ตำรวจหาเบาะแสคลี่ปมคดีรวบรวมพยานหลักฐานตามล่าตะครุบยกแก๊ง 4 คน ลุงกับป้ายังปากแข็งปฏิเสธ ส่วนเมียกับแม่ยายเหยื่อโหดยอมเปิดปากรับสารภาพ อ้างผัวจอมขี้เกียจไม่ยอมทำงานแถมชอบซ้อมเป็นประจำ เลยแค้นจัดร่วมกันวางแผนให้ลุงพาพวก 3 คน ลวงไปฆ่าทิ้งจัดฉากอำพรางคดี ตำรวจเช็กประวัติลุงเคยได้เงินประกันชีวิตจากการตายของเมีย ส่วนแม่ก็เคยได้เงินจากประกันชีวิตของผัวถึง 2 คน
เรื่องราวของเมีย อำมหิตร่วมกับแม่และญาติจัดฉากฆ่าผัวหวังฮุบเงินประกันชีวิต 2.6 ล้านบาท รายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 22 เม.ย. พล.ต.ต.เฉลิมชัย จงศิริ รอง ผบช.ภ.4 พ.ต.อ.จตุพล ปานรักษา รอง ผบก. ศสส.ภ.4 พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ ผกก.กลุ่มงานสืบสวน ศสส.ภ.4 พร้อมตำรวจ สภ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายประเวทย์ พรหมหลวง อายุ 54 ปี ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี นางบังอร พลเทียน อายุ 42 ปี นางคำพอง พรหมหลวง อายุ 50 ปี และนางพวงเพ็ชร พลวาปี อายุ 18 ปี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย พร้อมของกลางรถปิกอัพอีซูซุ สีเทา ทะเบียน บจ 2637 หนองบัวลำภู อาวุธปืน .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่งโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และซิมการ์ด 2 อัน
โดยเบื้องหลังคดีที่เกิดขึ้น พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ ผกก.กลุ่มงานสืบสวน ศสส.ภ.4 เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้า วันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา มีคนพบศพนายเอกพันธ์ คันธะไชย อายุ 23 ปี ลอยอยู่ในหนองน้ำศรีเจริญ บ้านธาตุ หมู่ 1 ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ สภาพศพถูกตีด้วยของแข็งที่ท้ายทอยจนน่วม นอกจากนี้ ยังพบรถ จยย.ของผู้ตายล้มอยู่ข้างหนองน้ำ โดยมีข้องใส่ปลาช่อน 2 ตัว และแหหว่านอยู่ในหนองน้ำที่เต็มไปด้วยจอกแหน สอบสวนทราบว่านายเอกพันธ์ ผู้ตาย เป็นสามีของนางพวงเพ็ชร และเป็นลูกเขยนางบังอร พักอยู่ที่บ้านภรรยา เลขที่ 319/53 หมู่ 7 ต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี เบื้องต้นภรรยาคาดว่าจมน้ำตายขณะหว่านแหจับปลาในหนองน้ำ แต่ มารดาของผู้ตายไม่เชื่อว่าลูกชายจะจมน้ำตายเพราะเป็นคนเกียจคร้านไม่เคยทำมา หากิน เป็นไปไม่ได้ที่จะมาหว่านแหจับปลาช่อนได้ถึง 2 ตัว อีกทั้งการชันสูตรศพ ของแพทย์ระบุว่าผู้ตายถูกทำร้ายด้วยของแข็งไม่มีคมจนเสียชีวิต และไม่พบน้ำในปอด อีกทั้งการแต่งงานกันระหว่างผู้ตายกับภรรยาพากันไปจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวัน ที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ทางญาติฝ่ายหญิงไม่ค่อยพอใจนักเพราะผู้ตายเป็นคนเกียจคร้าน ไม่ทำมาหากิน จึงเชื่อว่าน่าจะถูกฆาตกรรมอำพราง
ต่อมาตำรวจสืบสวนภาค 4 ตรวจสอบพยานหลักฐานก็พบพิรุธหลายอย่าง โดยเฉพาะพบว่า ช่วงวันที่ 12-14 ม.ค.หลังการจดทะเบียนสมรสกับภรรยา มีการทำประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุให้กับผู้ตายถึง 4 บริษัท คือ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต บริษัทอาคเนย์ประกันชีวิต บริษัทไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย และบริษัทวิริยะประกันภัย โดยมีนายประเวทย์ หนึ่งในผู้ต้องหาเป็นผู้จัดทำให้ส่วนหนึ่ง และนางพวงเพ็ชร ภรรยาผู้ตาย เป็นผู้จัดทำให้อีกส่วนหนึ่ง ระบุผู้รับผลประโยชน์คือนางพวงเพ็ชร เพียงผู้เดียว โดยมียอดเงินที่จะได้รับผลประโยชน์จากการตายของนายเอกพันธ์ ทั้งหมดถึง 2,600,000 บาท จากข้อมูลทั้งหมดตำรวจจึงมั่นใจว่าน่าจะเป็นการฆ่าเพื่อ หวังเงินประกันชีวิต
หลังพบเบาะแสคดี ตำรวจเชิญญาติทั้ง 2 ฝ่ายมาสอบปากคำ แต่ละคนให้การขัดแย้งกัน แต่เมื่อได้สอบปากคำพยานซึ่งเป็นญาติของนางบังอร แม่ยายของผู้ตาย ทราบว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค. นายประเวทย์ และนางคำพอง ซึ่งเป็นพี่ชายและพี่สาวของนางบังอร แม่ยาย และนางพวงเพ็ชร ภรรยาผู้ตาย ร่วมกันวางแผนฆ่านายเอกพันธ์ โดยนายประเวทย์ เป็นคนจัดหาทีมฆ่าและสร้างพยานหลังฐาน อำพรางการตายให้เป็นอุบัติเหตุ ตำรวจจึงรวบรวม พยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 คนดังกล่าว เบื้องต้น นายประเวทย์และนางคำพอง ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและขอไปให้การในชั้นศาล ส่วนนางบังอร และนางพวงเพ็ชร แม่ยายและภรรยาผู้ตาย ยอมรับสารภาพว่า วางแผนฆ่าผู้ตายจริง เนื่องจากเป็นคนเกียจคร้านไม่ทำมาหากินและชอบทุบตีภรรยาเป็นประจำ จึงโทรศัพท์ปรึกษานายประเวทย์ ให้วางแผนจัดการฆ่าผู้ตาย
สอบสวนทราบ ว่าวันเกิดเหตุวันที่ 6 มี.ค. นางบังอร และนางพวงเพ็ชรออกอุบายชวนผู้ตายไปเยี่ยมญาติอยู่ ห่างจากหมู่บ้านไปประมาณ 2 กม. ระหว่างทางพบกับนายประเวทย์กับชายไม่ทราบชื่ออีก 3 คน อายุประมาณ 30 ปี ซึ่งนายประเวทย์อ้างว่าเป็นเพื่อน ทำทีชักชวนผู้ตายนั่งรถปิกอัพไปเที่ยวด้วยกัน กระทั่งช่วงค่ำวันเดียวกัน นายประเวทย์โทรศัพท์มาบอกว่า ลงมือฆ่านายเอกพันธ์เรียบร้อยแล้ว ให้ไปพบกันที่หนองน้ำศรีเจริญ ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ? นางบังอรและนางพวงเพ็ชรจึงขี่รถ? จยย.ไปที่หนองน้ำดังกล่าว พบศพผู้ตายนอนอยู่ในกระบะรถปิกอัพ จากนั้นนายประเวทย์กับชาย 3 คน ช่วยกันจัดฉากทิ้งรถ จยย. เอาข้องใส่ปลาช่อน 2 ตัว ไว้ใกล้หนองน้ำและหว่านแหลงไปในน้ำ ก่อนโยนศพผู้ตายลงไปในหนองน้ำแล้วพากันกลับบ้าน? กระทั่งมีคนไปพบศพผู้ตายเมื่อ วันที่ 8 มี.ค.
ผกก.กลุ่มงานสืบสวน ศสส.ภ.4 เผยด้วยว่า ด้วยความผิดปกติเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมนายเอกพันธ์ ตำรวจจึงตรวจสอบประวัติย้อนหลังของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พบว่านายประเวทย์เคยได้รับเงินประกันชีวิตจากการตายของภรรยาถึง 5 แสนบาท ส่วนนางบังอรเคยมีสามีมาแล้ว 2 คน แต่ละคนเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุคล้ายๆกับนายเอกพันธ์ และก็มีประกันชีวิตเหมือนกัน เมื่อสามีตายนางบังอรได้รับเงินประกันร่วมล้านบาท ในกรณีของนายเอกพันธ์ที่ทำประกันชีวิตทั้ง 4 บริษัท โดยที่ตัวเองไม่รู้เรื่อง หลังเสียชีวิตแม่และญาติผู้ตายเพิ่งทราบว่ามีประกันชีวิตและประกัน อุบัติเหตุ ซึ่งผู้รับผลประโยชน์เป็นเงินถึง 2.6 ล้านบาท คือภรรยาเพียงผู้เดียว ทางแม่และญาติจึงไปแจ้งบริษัทประกันเพื่ออายัดเงินทั้งหมดแล้ว สำหรับนายประเวทย์และนางลำพองสองผู้ต้องหาที่ยังปฏิเสธนั้น ตำรวจมีพยานหลักฐานแน่นหนาสามารถดำเนินคดีได้แน่นอน ส่วนชายอีก 3 คน ที่ร่วมทีมฆ่านั้น ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุที่จะสอบสวนพยานเพื่อสเกตช์ ภาพตามล่าตัวต่อไป ภายหลังแถลงข่าวคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่ง สภ.เพ็ญ ดำเนินคดีต่อไป
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น